2007/Feb/09

วิธีการออกกำลังกายสำหรับคนมีอายุมากหรือคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

ผมนำข้อมูลนี้มาจากเอกสารที่น้องคนที่เรียนปริญญาโทเค้าเอามาให้ช่วยแปล
หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจนะครับ

เอกสารที่ได้มาเป็นภาษาอังกฤษพอสรุปได้ใจความว่า

การออกกำลังกายนั้นจะต้องทำแบบผสมผสานและครอบคลุมครับ คือ
ฝึกให้ได้ตามหัวข้อต่อไปนี้รวมกัน

01. ระบบไหลเวียนโลหิต
02.
ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
03. ความอดทน
04. ความยืดหยุ่นบริเวณข้อต่อต่าง ๆ

ในการออกกำลังกายนั้นเพียงใช้เวลา 10 นาทีต่อวัน โดยวิธีการง่าย ๆ
อาทิ ท่าการบริหารต่าง ๆ การวิ่งจ๊อกกิ่งอยู่กับที่ หรืออื่น ๆ ที่ท่านพอจะทำได้
สำหรับความหนักในการออกกำลังนั้น กะเอาเพียง 40-50 เปอร์เซนต์
หรือ ถ้าคุณแข็งแรงอยู่แล้วก็ออกแรงให้ได้ถึง 85 เปอร์เซนต์ยิ่งดี
ทั้งนี้ คุณต้องควบคุมชีพจรของคุณให้เต้นอยู่ในช่วง 55 - 65 เปอร์เซนต์
แม้คนที่แข็งแรงก็ไม่ควรสูงกว่า 90 เปอร์เซนต์ของชีพจรสูงสุด

สำหรับรายละเอียดและวิธีการจะนำมาเสนอเพิ่มเติมต่อไปครับ

2007/Feb/09

เรื่องของความอ้วน

หลายคนคงมีปัญหาเรื่องน้ำหนักส่วนเกินมากเกินไป ตัวกระผมเองก็เช่นกัน ก็ความอยากความหิวมันไม่เข้าใครออกใคร อดไปซักมื้อไม่เป็นไร แต่พอได้กินก็กินชดเชยไปเหมือนไม่ได้อดอาหารเอาซะเลย

ผมเรื่องมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่อายุขึ้นเลข 3 นำหน้า จนขณะนี้ปาไป 85 แล้ว และยังมีแววว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เอวที่เคยอยู่ประมาณ 29 - 30 นิ้ว เพิ่มขึ้นมาอีก 4 นิ้ว จนอึดอัดแทบทนไม่ไหวแล้ว...

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา น้องคนหนึ่งเค้าเรียนปริญญาโททางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เค้าบอกว่า อาจารย์ที่สอนพูดในห้องเรียนอธิบายถึงสาเหตุที่คนเราอ้วนว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้นำตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ของคนไทย ไปทำการทดลอง พบว่า คนไทย ประกอบด้วย 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์อ้วน และ สายพันธุ์ผอม

คนที่อยู่ในสายพันธุ์อ้วนนั้นไม่น่าเป็นห่วง เพราะไม่ว่าคุณจะกินอาหารปริมาณเท่าไหร่ก็อ้วน คือ ไม่มีทางผอมอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่อยู่ในสายพันธุ์ผอม นี่จะมีปัญหามาก เนื่องจากตอนอายุน้อยกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ทำให้เกิดการกินอย่างเมามันต่างกับคนอ้วนซึ่งระมัดระวังเรื่องกินมากกว่า เมื่อกินมากเกินไปทำให้ร่างกายใช้ไม่ทัน ทำให้ร่างกายต้องแปรสภาพอาหารเหล่านั้นเป็นแป้งส่งไปเก็บไว้ในไมโตคอนเดรียของเซลล์

เมื่อเติบโตขึ้นมีอายุมากขึ้น การรับประทานอาหารเริ่มน้อยลง แต่ร่างกายกลับมีลักษณะตรงข้ามคือค่อย ๆ อ้วนขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากไมโตคอนเตรียขับสารอาหารที่เก็บสะสมไว้ออกมาเรื่อย ๆ รวมกับที่กินเข้าไปใหม่จนกลายเป็นวิกฤตเรื่องความอ้วนของคนเคยผอม

การลดความอ้วนนั้นจะต้องใช้เวลายาวนานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินในอดีต หมายความว่า ถ้าคุณเป็นคนกินเก่ง กินมาก คุณก็ต้องใช้เวลาในการลดน้ำหนักนานกว่าคนที่กินในปริมาณปกติ ซึ่งอย่างน้อยใช้เวลานานเป็นปีขึ้นไป ฉะนั้น คนที่น้ำหนักกำลังเพิ่มอย่าท้อใจ ให้เวลาร่างกายคายแป้งและไขมันออกมาให้หมด แล้วน้ำหนักของคุณจะค่อย ๆ ลดลงเอง เพียงแต่พยายามอย่ากินอะไรเข้าไปมากนัก ให้ร่างกายอยู่ในภายขาดอาหารเล็กน้อย ร่างกายจะดึงเอาสารอาหารที่สะสมไว้ออกมาเรื่อย ๆ จนหมดไปในที่สุด

ข้อมูลนี้ให้ไว้เพื่อเป็นกำลังใจในการลดน้ำหนักของผมเอง แต่ถ้ามันจะช่วยเป็นกำลังใจให้ผู้ที่มีน้ำหนักมากและพยายามลดกันอยู่ก็ยินดี ครับ

08-02-2007 (2550)
ข้อมูลนี้รับฟังมาอีกที ยังไงก็พิจารณาหาข้อมูลเพิ่มเอาเองนะครับ แต่ถ้ามีข้อมูลเพิ่มก่อนก็จะเอามานำเสนออีก
ขอบคุณที่อ่าน


edit @ 2007/02/09 11:58:06